เวลาลูกค้าส่งไฟล์เข้ามาแล้วได้ของกลับไปในไม่กี่วัน สิ่งที่เกิดขึ้นตรงกลางมักถูกมองว่าเป็น “กดปุ่มแล้วรอ” ความจริงคืองานหนึ่งชิ้นผ่านมือคนหลายคนและผ่านจุดตัดสินใจหลายจุดก่อนจะถึงเครื่อง บทความนี้พาเดินดูว่าโรงงานพิมพ์ 3Dทำงานกันยังไงจริงๆ ทีละขั้น เพื่อให้คนที่กำลังจะจ้างผลิตรู้ว่าควรถามอะไร และรู้ว่าตรงไหนที่งานมักพลาด
โรงงานพิมพ์ 3D ต่างจากร้านรับงานทั่วไปตรงไหน
ความต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนเครื่องอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่ามีใครทำอะไรบ้างระหว่างทาง ร้านที่รับงานต่อให้คนอื่นทำ จะตอบได้แค่ราคากับวันส่ง ส่วนที่มีสายการผลิตของตัวเองจะตอบได้ถึงระดับว่าจะวางชิ้นงานทิศไหนบนเพลท ใช้ support แบบไหน และถ้าชั้นแรกไม่ติดจะแก้ยังไง
| เรื่อง | คนกลางรับงานต่อ | โรงงานที่ผลิตเอง |
|---|---|---|
| ตรวจไฟล์ | ส่งต่อตามที่ได้มา | เปิดตรวจเอง แจ้งจุดที่พิมพ์ไม่ติดก่อนเริ่ม |
| งานเสีย | ต้องรอคิวปลายทางใหม่ | สั่งพิมพ์ซ้ำได้ในวันเดียวกัน |
| งานต่อเนื่อง | คุณภาพแกว่งตามปลายทางที่ว่าง | ตั้งค่าเดิมซ้ำได้ ล็อตหลังเหมือนล็อตแรก |
| เข้าไปดูหน้างาน | ไม่มีหน้างานให้ดู | นัดเข้าดูของจริงได้ |
ขั้นที่ 1–2 · รับงาน แล้วตรวจไฟล์ก่อนขึ้นเครื่อง
งานเริ่มจากคำถามเดียวที่แอดมินถามทุกเคส คือเอาชิ้นงานนี้ไปใช้ทำอะไร คำตอบข้อนี้ชี้ต่อไปเองว่าจะใช้ระบบพิมพ์ไหน วัสดุอะไร และต้องเก็บผิวถึงระดับไหน จากนั้นงานจะถูกส่งเข้าขั้นตรวจไฟล์ ซึ่งเป็นด่านที่ตัดปัญหาออกไปได้มากที่สุด
สิ่งที่เจอบ่อยในไฟล์ที่ส่งเข้ามาคือผิวโมเดลมีรูรั่ว ผนังบางกว่าที่หัวฉีดจะพิมพ์ติด หน่วยไฟล์เป็นนิ้วแทนมิลลิเมตร และชิ้นส่วนที่ต้องสวมกันแต่ไม่ได้เผื่อระยะไว้เลย ไฟล์กลุ่มนี้ถ้าส่งเข้าเครื่องตามที่ได้มาจะพิมพ์ออกมาได้เหมือนกัน แต่ได้ของที่ใช้ไม่ได้ ทีมที่ดูแลขั้นนี้คือทีมออกแบบและแก้ไฟล์ 3D ซึ่งจะแจ้งกลับพร้อมทางเลือกว่าจะแก้จุดเดิม หรือขึ้นไฟล์ใหม่ให้คุ้มกว่า
ขั้นที่ 3–4 · วางแผนเครื่อง แล้วพิมพ์จริง
พอไฟล์ผ่าน งานจะเข้าสู่ขั้นวางแผน ซึ่งคนนอกมักไม่รู้ว่ามีขั้นนี้อยู่ สิ่งที่ต้องตัดสินใจมีสามเรื่อง
- ทิศทางการวางชิ้นงาน — ชิ้นงานพิมพ์แข็งแรงตามแนวชั้นมากกว่าแนวตั้งฉากกับชั้น การหันชิ้นงานผิดด้านทำให้จุดที่ต้องรับแรงกลายเป็นจุดที่เปราะที่สุด
- ตำแหน่ง support — ทุกจุดที่มี support จะทิ้งรอยไว้ การเลือกให้รอยไปอยู่ด้านที่มองไม่เห็นคือความต่างระหว่างงานที่ต้องขัดหนักกับงานที่แทบไม่ต้องแต่ง
- การจัดคิวลงเครื่อง — งานหลายชิ้นที่ใช้วัสดุเดียวกันถูกรวมลงเพลทเดียวเพื่อไม่ให้เสียเวลาอุ่นเครื่องซ้ำ ส่วนงานด่วนจะถูกแยกเครื่องไว้ ไม่ให้ไปต่อท้ายคิวยาว
ระหว่างพิมพ์ ช่างจะเช็คชั้นแรกของทุกงานก่อนปล่อยให้เครื่องเดินยาว เพราะถ้าชั้นแรกไม่เกาะ งานที่เหลืออีกหลายชั่วโมงคือเวลาที่เสียเปล่าทั้งหมด งานที่ต้องผลิตจำนวนมากจนพิมพ์ทีละชิ้นไม่คุ้ม จะถูกเสนอให้เปลี่ยนไปทางงานหล่อเรซิ่นแทน โดยใช้ชิ้นที่พิมพ์เป็นต้นแบบทำโมล
ขั้นที่ 5–6 · เก็บผิว พ่นสี และตรวจก่อนส่ง
ชิ้นงานที่ออกจากเครื่องยังไม่ใช่ของที่ส่งลูกค้าได้ทันที ต้องผ่านการถอด support ขัดรอย และในงานเรซิ่นต้องล้างและอบแสงให้เนื้อแข็งตัวเต็มที่ก่อน งานที่ต้องพ่นสีจะเข้าห้องพ่นอีกขั้น ซึ่งเป็นขั้นที่กินเวลาจริงมากกว่าที่คนทั่วไปคิด และเป็นเหตุผลที่งานผิวเนี้ยบระดับสายการผลิต Art Toyถึงใช้เวลามากกว่างานต้นแบบธรรมดาหลายเท่า
ด่านสุดท้ายคือการตรวจก่อนแพ็ก จุดที่ตรวจมักเป็นขนาดของด้านที่ต้องสวมประกอบ ความเรียบของผิวด้านที่ลูกค้าจะมองเห็น และจำนวนชิ้นให้ครบตามที่สั่ง
สำหรับ TKK3D เราใช้การตรวจสอบคุณภาพแบบ 100% ทุกชิ้น ไม่ใช่การสุ่มตรวจ ตั้งแต่ชิ้นงานออกจากเครื่องพิมพ์ ทีมงานจะตรวจสอบสภาพชิ้นงานตามมาตรฐานที่กำหนด หากพบว่าชิ้นงานมีตำหนิหรือคุณภาพไม่ผ่านเกณฑ์ จะคัดออกทันทีและไม่นำส่งต่อไปยังขั้นตอนถัดไป
หลังจากนั้นชิ้นงานที่ผ่านการตรวจจึงเข้าสู่ขั้นตอนเก็บผิว พ่นสี หรือประกอบตามประเภทของงาน และจะมีการตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนเข้าสู่ขั้นตอนแพ็ก เพื่อให้มั่นใจว่างานที่ส่งถึงมือลูกค้าเป็นงานที่ผ่านมาตรฐานของเรา การตรวจทุกชิ้นแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการทำงานที่ TKK3D ให้ความสำคัญ เพื่อควบคุมคุณภาพตั้งแต่การผลิตจนถึงก่อนส่งมอบจริง
ตัวอย่างเคสที่ด่านตรวจจับได้ก่อนถึงมือลูกค้า คือลูกค้าส่งไฟล์มาให้ปริ้น แต่พอลองผลิตจริงกลับพบว่างานปริ้นไม่ติดและไม่สามารถผลิตต่อได้ ทางเราจึงตรวจสอบไฟล์และพบว่าสาเหตุมาจากตัวไฟล์งานของลูกค้าที่ยังไม่พร้อมสำหรับการผลิต เราจึงแจ้งปัญหาให้ลูกค้าทราบ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขไฟล์ก่อนเริ่มผลิต โดยคิดค่าแก้ไขตามงานจริง เพื่อให้งานสามารถผลิตได้และลดความเสี่ยงที่จะเสียทั้งเวลาและต้นทุน
กำลังผลิตของโรงงานพิมพ์ 3D วัดกันยังไง
คำถามที่ฝ่ายจัดซื้อถามบ่อยที่สุดคือ “รับงานได้เยอะแค่ไหน” ซึ่งตอบด้วยจำนวนเครื่องอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเครื่องสิบตัวที่ไม่มีคนเฝ้าได้งานน้อยกว่าเครื่องห้าตัวที่มีช่างดูแลเป็นกะ ตัวเลขที่ควรถามจริงๆ มีสามตัว คือจำนวนเครื่องที่ใช้งานได้จริงในแต่ละระบบ จำนวนคนที่ดูแลการผลิต และปริมาณงานที่ปิดได้ต่อวันโดยเฉลี่ย
ปัจจุบัน TKK3D มีทีมงานมากกว่า 40 คน ดูแลตั้งแต่รับงาน งานพิมพ์ 3D ออกแบบ เก็บงาน ไปจนถึงพ่นสี พร้อมเครื่องพิมพ์ FDM 50 เครื่อง และเครื่อง Resin 50 เครื่อง ทำให้สามารถรองรับงานได้ตั้งแต่งานชิ้นเดียวไปจนถึงงานโปรเจกต์ขนาดใหญ่
หนึ่งในงานล็อตใหญ่ที่สุดที่เราเคยผลิต คืองานของทางศิริราชจำนวน 10,000 ชิ้น ใช้เวลาประมาณ 1 เดือน งานระดับนี้สะท้อนให้เห็นทั้งกำลังเครื่อง การบริหารงานจำนวนมาก และความสามารถในการดูแลงานขนาดใหญ่ของทีม TKK3D ตั้งแต่การผลิตจนส่งมอบได้ครบทุกชิ้น
เดินดูหน้างานจริงได้ไหม
ได้ และเป็นข้อที่อยากให้ใช้สิทธิ์กันมากกว่านี้ โดยเฉพาะคนที่กำลังจะสั่งผลิตล็อตใหญ่หรือเป็นงานของบริษัท การเห็นห้องเครื่องจริง เห็นงานที่กำลังเดินอยู่ และได้คุยกับคนที่จะทำงานให้ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ตัดความเสี่ยงได้มากกว่าการอ่านรีวิวสิบหน้า
หน้าร้านและโรงงานอยู่ที่เลขที่ 32 หมู่ 2 ซอยจอมทอง 3 (ภาณุมาภรณ์) แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร 10150 โทร 092-599-5661 แนะนำให้นัดล่วงหน้าเพื่อให้ช่างที่ดูแลงานประเภทเดียวกับที่คุณจะสั่งว่างพอดี
ลูกค้าสามารถเดินทางเข้ามาปรึกษา พูดคุยรายละเอียดงาน หรือนำตัวอย่างชิ้นงานมาให้ทีมงานประเมินได้ที่หน้าร้าน โดยแนะนำให้ค้นหา TKK3D Printing บน Google Maps เพื่อดูเส้นทางที่สะดวกที่สุด
สรุป: หลังบ้านที่แน่น ทำให้งานหน้าบ้านไม่พลาด
สิ่งที่ทำให้งานผลิตจบสวยไม่ใช่เครื่องรุ่นใหม่ที่สุด แต่คือการมีคนตรวจไฟล์ก่อนขึ้นเครื่อง มีคนตัดสินใจเรื่องทิศทางและ support เป็น และมีด่านตรวจก่อนแพ็กที่กล้าตีงานตัวเองกลับ สามอย่างนี้คือสิ่งที่ควรถามเวลาเลือกคู่ค้า ไม่ใช่ถามแค่ราคาต่อชิ้น หลักการและคำศัพท์ของกลุ่มเทคโนโลยีนี้ ถ้าอยากอ่านมุมวิชาการ ทาง MTEC สวทช. มีงานวิจัยด้านการผลิตสมัยใหม่เผยแพร่อยู่ต่อเนื่อง
ถ้ามีงานในมืออยู่แล้ว ส่งไฟล์หรือรูปเข้ามาให้ทีมงานประเมินก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย และจะได้คำตอบพร้อมกันทั้งเรื่องวัสดุ เวลา และราคา ดูขอบเขตงานที่รับพิมพ์ 3Dทั้งหมดได้ที่หน้าบริการ หรือจะนัดเข้ามาดูหน้างานก่อนตัดสินใจก็ยินดี