TKK3D Printing Service บริการ 3D ครบวงจร
การทำโมลซิลิโคนหุ้มต้นแบบฟิกเกอร์ในโรงงาน TKK3D

โมลซิลิโคนคืออะไร ใช้หล่อได้กี่ครั้ง — ทำไมงานบางแบบต้องผ่าโมล

Share the Post:

โมลซิลิโคน คือแม่พิมพ์ที่ทำจากยางซิลิโคน ใช้สำหรับหล่อเรซิ่นหรือวัสดุเหลวอื่น ๆ ให้ออกมาเป็นชิ้นงานหน้าตาเหมือนต้นแบบซ้ำได้หลายสิบครั้ง จุดเด่นคือยืดหยุ่น ดึงชิ้นงานออกได้แม้มีรายละเอียดเล็ก ๆ และเก็บผิวได้คมแทบทุกรอย

แต่โมลก็มีอายุของมัน และไม่ใช่ทุกงานจะเทเป็นก้อนเดียวได้ บทความนี้จะเล่าตั้งแต่ว่าโมลซิลิโคนทำมาจากอะไร หล่อได้กี่ครั้ง ไปจนถึงเหตุผลที่ช่างต้อง “ผ่าโมล” ในบางงาน

สรุปเร็ว: โมลซิลิโคนในหนึ่งตาราง

คำถามคำตอบสั้น
ทำจากอะไรยางซิลิโคนเหลว 2 ส่วนผสมกัน แล้วเซ็ตตัวเป็นยางยืดหยุ่น
ใช้หล่ออะไรเรซิ่นโพลียูรีเทน อีพ็อกซี่ ปูนปลาสเตอร์ ขี้ผึ้ง ฯลฯ
หล่อได้กี่ครั้งโดยทั่วไปหลักสิบครั้งต่อโมล ขึ้นกับชนิดซิลิโคน เรซิ่น และรูปทรง
ทำไมต้องผ่าโมลเพื่อดึงต้นแบบและชิ้นงานออกได้โดยไม่ฉีก โดยเฉพาะงานที่มีส่วนเว้า
เหมาะกับงานแบบไหนงานผลิตซ้ำจำนวนปานกลางถึงมาก ที่ต้องการผิวเรียบเหมือนต้นแบบ

โมลซิลิโคนทำมาจากอะไร มีกี่แบบ

ซิลิโคนที่ใช้ทำแม่พิมพ์มาเป็นของเหลวสองส่วน ผสมกันแล้วจะค่อย ๆ เซ็ตตัวเป็นยาง แบ่งหลัก ๆ ได้ 2 กลุ่มตามวิธีเซ็ตตัว

ชนิดจุดเด่นข้อควรรู้
ซิลิโคนแบบ Tin-cure (คอนเดนเซชัน)ราคาย่อมเยา ใช้งานง่าย นิยมในงานทั่วไปหดตัวเล็กน้อยหลังเซ็ต และมักเสื่อมเร็วกว่าเมื่อเวลาผ่านไป
ซิลิโคนแบบ Platinum-cure (แอดดิชัน)หดตัวน้อยมาก ทนทาน เก็บได้นานราคาสูงกว่า และ “แพ้” สารบางชนิด เช่น ยางหรือกำมะถัน ทำให้ไม่เซ็ตตัว

นอกจากชนิดแล้ว ความแข็งของซิลิโคน (วัดเป็นค่า Shore A) ก็มีผล ซิลิโคนนิ่มดึงชิ้นงานออกง่ายเหมาะกับรายละเอียดเยอะ ส่วนซิลิโคนแข็งกว่าคงรูปดี เหมาะกับชิ้นใหญ่ที่ไม่อยากให้โมลบิดเบี้ยวตอนเท ผู้ผลิตวัสดุระดับโลกอย่าง Smooth-On มีตารางเทียบชนิดและความแข็งของซิลิโคนให้ดูประกอบ

โมลซิลิโคนหล่อได้กี่ครั้ง และอะไรทำให้โมลพังเร็ว

คำตอบตรง ๆ คือ “ไม่ตายตัว” คู่มือผู้ผลิตซิลิโคนหลายเจ้าระบุไว้กว้าง ๆ ว่าโมลหนึ่งชุดหล่อเรซิ่นได้ราวหลายสิบครั้ง แต่นั่นเป็นค่าแนะนำทั่วไปของวัสดุ ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันได้ทุกงาน ปัจจัยที่ทำให้อายุโมลสั้นลงที่เจอบ่อยคือ

  • ความร้อนจากเรซิ่น — เรซิ่นบางชนิดคายความร้อนตอนเซ็ตตัว ยิ่งเทหนาและเทถี่ ผิวโมลยิ่งแห้งและแตกเร็ว
  • รูปทรงที่ต้องดึงแรง — งานที่มีส่วนเว้า ครีบบาง หรือหนามแหลม ทำให้โมลยืดทุกครั้งที่แกะ จุดนั้นจะฉีกก่อน
  • ชนิดเรซิ่นที่ใช้ — อีพ็อกซี่กับโพลียูรีเทนทำปฏิกิริยากับผิวซิลิโคนต่างกัน บางชนิดกินผิวโมลเร็วกว่า
  • การดูแล — ทำความสะอาดและเก็บโมลไม่ถูกวิธี เช่น วางทับกันหรือโดนแดด ทำให้โมลเสียรูป

สัญญาณที่บอกว่าโมลใกล้หมดอายุคือ ผิวชิ้นงานเริ่มด้าน รายละเอียดเล็ก ๆ ไม่คมเหมือนชิ้นแรก หรือขอบโมลเริ่มฉีกเป็นเส้น พอถึงจุดนั้นควรทำโมลใหม่จากต้นแบบเดิม ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมต้องเก็บต้นแบบไว้ให้ดี

จากหน้างาน TKK3D: อายุโมลและวิธีดูแล

จากที่เราหล่อจริง โมลขนาดประมาณฝ่ามือสามารถใช้งานต่อเนื่องได้หลายรอบ แต่จำนวนครั้งที่แน่นอนจะขึ้นอยู่กับรูปทรง รายละเอียดของชิ้นงาน และความยากในการถอดชิ้นงานออกจากโมล ก่อนเริ่มผลิตจริงเราจะเช็กสภาพโมลและวางแผนจำนวนโมลให้เหมาะกับจำนวนงาน เพื่อให้คุณภาพของชิ้นงานแต่ละชิ้นใกล้เคียงกัน

ถ้าโมลเริ่มมีการฉีก ขอบเสีย หรือรายละเอียดเริ่มไม่คม เราจะเปลี่ยนหรือทำโมลชุดใหม่ ไม่ฝืนใช้ต่อจนกระทบคุณภาพงาน และหากเป็นงานล็อตจำนวนมาก เราจะเตรียมโมลหลายชุดเพื่อกระจายการผลิตและควบคุมคุณภาพให้สม่ำเสมอครับ

ทำไมงานบางแบบต้องผ่าโมล — เข้าใจเรื่องส่วนเว้า (Undercut)

งานที่เป็นทรงเรียบ ๆ ด้านล่างแบน เช่น เหรียญ หรือป้ายนูนต่ำ เทซิลิโคนหุ้มด้านเดียวแล้วดึงชิ้นงานออกได้เลย เรียกว่า โมลชิ้นเดียว (Open mold) แต่งานส่วนใหญ่ที่ลูกค้าอยากทำ เช่น ฟิกเกอร์ที่มีแขนขา หรือของที่ต้องสวยรอบตัว จะมี “ส่วนเว้า” ที่ซิลิโคนเข้าไปล็อกชิ้นงานไว้ ถ้าไม่ผ่า ดึงยังไงก็ไม่ออก หรือดึงออกได้แต่โมลฉีก

โมลซิลิโคนชิ้นเดียวสำหรับหล่องานทรงแบนด้านหลังเรียบ
โมลชิ้นเดียว: งานทรงแบนด้านหลังเรียบ เทซิลิโคนหน้าเดียวแล้วแกะชิ้นงานออกได้เลย

ช่างจึงต้องวางแนว ผ่าโมล (Split mold) แบ่งโมลเป็น 2 ชิ้นหรือมากกว่า พร้อมทำเดือยล็อกให้ประกบกลับได้ตรงเหมือนเดิมทุกครั้ง การเลือกแนวผ่าคือฝีมือของช่างจริง ๆ เพราะแนวผ่าจะกลายเป็นเส้นรอยต่อบนทุกชิ้นงาน ถ้าวางผิดตำแหน่ง เช่น ผ่ากลางหน้า ต้องมาขัดเก็บทุกชิ้นและเสียรายละเอียด

ทาซิลิโคนหุ้มต้นแบบฟิกเกอร์ พร้อมบล็อกเดือยล็อกสำหรับโมลผ่า
ขั้นทาซิลิโคนหุ้มต้นแบบฟิกเกอร์ บล็อกสี่เหลี่ยมที่ติดอยู่คือเดือยล็อกสำหรับประกบโมลผ่า
ลักษณะงานแบบโมลที่เหมาะ
ทรงแบน ด้านหลังเรียบ เช่น เหรียญ ป้ายนูนต่ำโมลชิ้นเดียว เทหน้าเดียว
ฟิกเกอร์ทั่วไป ต้องสวยรอบตัวโมลผ่า 2 ชิ้น
ชิ้นงานมีแขน ขา อุปกรณ์ยื่นออกหลายทิศโมลหลายชิ้น หรือแยกหล่อเป็นส่วนแล้วประกอบ
ชิ้นงานกลวงด้านในโมลผ่า + เทแบบเหวี่ยง/เทกลับ ให้เนื้อเรซิ่นเคลือบผนัง

นี่คือเหตุผลที่งานอย่างฟิกเกอร์และ Art Toy มักใช้โมลหลายชิ้น ส่วนงานอย่างพระเครื่องและวัตถุมงคลที่ต้องเก็บรายละเอียดลายนูนต่ำให้คม มักเลือกซิลิโคนที่เก็บผิวได้ละเอียดเป็นพิเศษ

เกร็ดหน้างาน: งานที่วางแนวผ่าโมลยาก

งานที่ทำโมลยากมักเป็นชิ้นงานทรงซับซ้อน มีส่วนเว้า ร่องลึก หรือจุดที่ถอดออกจากโมลได้ยาก เราจะวางแนวแบ่งโมลตามรูปทรงของชิ้นงาน เพื่อให้ถอดงานได้โดยไม่ดึงหรือบิดจนรายละเอียดเสีย บางงานจึงต้องแบ่งโมลมากกว่า 1 ส่วน หลังหล่อชิ้นแรก เราจะเช็กแนวประกบ ผิว รายละเอียด และจุดที่เกิดฟองอากาศก่อน หากยังไม่ผ่านจะปรับโมลหรือวิธีเทก่อนเริ่มผลิตทั้งล็อต

ชิ้นงานหล่อเรซิ่นทรงหัวใจ ผิวขาวเงาหลังเก็บเส้นรอยต่อ
ชิ้นงานหล่อเรซิ่นทรงหัวใจ ผิวขาวเงาหลังเก็บเส้นรอยต่อจากแนวผ่าโมล

ต้นแบบที่ดีสำหรับทำโมลซิลิโคน ต้องเตรียมยังไง

โมลจะดีได้แค่ไหน ขึ้นกับต้นแบบเกือบทั้งหมด เพราะซิลิโคนลอกทุกรายละเอียด รวมถึงรอยที่ไม่อยากได้ด้วย

  • ผิวต้องเรียบที่สุด — ถ้าต้นแบบพิมพ์ 3D ต้องขัดลายชั้นและรอยซัพพอร์ตออกให้หมดก่อน
  • หลีกเลี่ยงส่วนบางเฉียบ — ครีบหรือเส้นที่บางมาก ซิลิโคนอาจฉีกตรงนั้นตอนแกะ และเรซิ่นอาจไหลไม่เต็ม
  • คิดเรื่องแนวผ่าตั้งแต่ออกแบบ — ถ้ารู้ว่าจะหล่อ การแบ่งชิ้นงานเป็นส่วน ๆ ตั้งแต่ในไฟล์ ช่วยให้โมลง่ายขึ้นและใช้ได้นานขึ้น
  • ระวังวัสดุต้นแบบที่ทำให้ซิลิโคนไม่เซ็ต — โดยเฉพาะกับซิลิโคนแบบ Platinum ต้นแบบบางชนิดต้องเคลือบผิวก่อน

ปัจจุบันต้นแบบส่วนใหญ่จึงพิมพ์ 3D เพราะแก้แบบได้ง่ายและแบ่งชิ้นได้ตามแนวโมลตั้งแต่ในไฟล์ ถ้ายังไม่มีต้นแบบ เริ่มจากการใช้บริการพิมพ์ 3D ของ TKK3D เพื่อขึ้นต้นแบบก่อนได้

สรุป: โมลซิลิโคนคุ้มเมื่อแบบนิ่งและต้องผลิตซ้ำ

โมลซิลิโคนคือหัวใจของการหล่อเรซิ่น ยืดหยุ่น เก็บรายละเอียดคม และผลิตซ้ำได้หลายสิบครั้ง แต่มีอายุจำกัดและต้องวางแนวผ่าให้ถูกตั้งแต่แรก ถ้างานของคุณมีจำนวนพอและแบบนิ่งแล้ว ดูรายละเอียดขั้นตอนและเงื่อนไขการผลิตได้ที่หน้าบริการหล่อเรซิ่นของ TKK3D หรือส่งรูปงานมาให้ทีมงานช่วยประเมินว่าควรใช้โมลแบบไหนก่อนเริ่มผลิต

Share the Post:
Scroll to Top