Art Toy เพื่อการตลาด กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่หลายแบรนด์นำมาใช้ในการสร้าง Brand Awareness และ Brand Engagement พร้อมช่วยเพิ่มยอดขายในระยะยาว ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจในโลกธุรกิจ เมื่อแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มหันมาใช้ Art Toy เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการตลาดมากขึ้น จากเดิมที่หลายคนมองว่า Art Toy เป็นเพียงของสะสมสำหรับนักสะสมหรือกลุ่มคนที่ชื่นชอบงานศิลปะ ปัจจุบัน Art Toy ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Brand Awareness และ Brand Engagement ให้กับธุรกิจหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร แบรนด์เครื่องดื่ม องค์กรขนาดใหญ่ ธุรกิจค้าปลีก หรือแม้แต่ Creator และ Influencer ต่างก็เริ่มสร้าง Character ของตนเองและพัฒนาให้กลายเป็น Art Toy เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับลูกค้า
คำถามที่เจ้าของแบรนด์และฝ่ายการตลาดมักสงสัยคือ “Art Toy ช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงหรือ” “การลงทุนผลิต Art Toy คุ้มค่าหรือไม่” “ลูกค้าจะสนใจ Art Toy ของแบรนด์จริงหรือเปล่า”
คำตอบคือ Art Toy สามารถช่วยทั้งเรื่องยอดขาย การสร้างการจดจำแบรนด์ และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าได้จริง หากถูกออกแบบและนำไปใช้อย่างเหมาะสม บทความนี้จะพาคุณไปดูว่าเหตุใดหลายแบรนด์จึงเริ่มลงทุนกับ Art Toy และทำไมมันจึงกลายเป็นมากกว่าของสะสมในยุคปัจจุบัน
Art Toy เพื่อการตลาด คืออะไร และทำไมจึงได้รับความนิยมในโลกธุรกิจ จากของเล่นสะสมสู่สินทรัพย์ทางการตลาด
Art Toy คือของเล่นสะสมที่ถูกออกแบบให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมักมีพื้นฐานมาจากงานศิลปะ คาแรกเตอร์ หรือเรื่องราวบางอย่าง
จุดเด่นสำคัญของ Art Toy คือความแตกต่างจากของเล่นทั่วไป เพราะไม่ได้แข่งขันกันที่ฟังก์ชันการใช้งาน แต่แข่งขันกันที่ความรู้สึก ความผูกพัน และคุณค่าทางอารมณ์ที่ผู้ถือครองได้รับ
สำหรับโลกธุรกิจ สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างมาก
เพราะลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้เลือกซื้อสินค้าเพียงเพราะคุณสมบัติของสินค้าเท่านั้น แต่ยังเลือกจากความรู้สึกที่มีต่อแบรนด์ด้วย
Art Toy จึงกลายเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับลูกค้าในระดับที่ลึกกว่าการโฆษณาทั่วไป
เทรนด์ Character Economy ที่กำลังเติบโต
ปัจจุบันหลายแบรนด์เริ่มลงทุนสร้าง Character หรือ Mascot ของตนเอง เหตุผลสำคัญคือมนุษย์จดจำ “ตัวละคร” ได้ง่ายกว่าการจดจำโลโก้ ลองนึกถึงแบรนด์ที่คุณชื่นชอบ หลายครั้งสิ่งแรกที่คุณนึกถึงอาจไม่ใช่สินค้า แต่เป็นตัวละคร สี หรือบุคลิกบางอย่างของแบรนด์
นี่คือหลักการของ Character Economy เมื่อแบรนด์มีตัวละครที่ชัดเจน ลูกค้าจะสามารถเชื่อมโยงอารมณ์และประสบการณ์เข้ากับแบรนด์ได้ง่ายขึ้น และเมื่อ Character เหล่านั้นถูกนำมาพัฒนาเป็น Art Toy ก็จะช่วยยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น
เมื่อแบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันแค่สินค้า
ในอดีตธุรกิจแข่งขันกันเรื่องราคา คุณภาพ และช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ปัจจุบันลูกค้ามีตัวเลือกมากกว่าที่เคย สินค้าหลายประเภทมีคุณภาพใกล้เคียงกันราคาก็แข่งขันกันได้ง่าย สิ่งที่สร้างความแตกต่างจึงกลายเป็น “ประสบการณ์” และ “ความรู้สึก” Art Toy เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างประสบการณ์ดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะมันทำให้แบรนด์มีตัวตน มีเรื่องราว และมีความพิเศษที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง
Brand Engagement คืออะไร และทำไมธุรกิจต้องให้ความสำคัญ
หลายธุรกิจเข้าใจว่าการทำให้คนเห็นโฆษณาจำนวนมากคือความสำเร็จ แต่ในความเป็นจริง การเห็นแบรนด์ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะจดจำแบรนด์ Brand Engagement คือระดับความสัมพันธ์ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์
ลูกค้าที่มี Engagement สูงมักจะ
- จดจำแบรนด์ได้
- พูดถึงแบรนด์
- ติดตามแบรนด์
- กลับมาซื้อซ้ำ
- แนะนำแบรนด์ให้ผู้อื่น
สิ่งเหล่านี้มีมูลค่ามากกว่าการเห็นโฆษณาเพียงครั้งเดียว
ความแตกต่างระหว่าง Brand Awareness และ Brand Engagement
Brand Awareness คือการที่คนรู้จักแบรนด์
Brand Engagement คือการที่คนมีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเห็นโฆษณาแบรนด์ของคุณบน Facebook นี่คือ Awareness
แต่หากลูกค้าติดตามเพจ แชร์คอนเทนต์ ซื้อสินค้า หรือสะสม Art Toy ของแบรนด์ นี่คือ Engagement และ Engagement มักส่งผลต่อยอดขายในระยะยาวมากกว่า
เหตุผลที่ Engagement สำคัญกว่ายอด Reach
หลายธุรกิจมียอด Reach หลักแสนหรือหลักล้าน แต่ยอดขายกลับไม่เพิ่มขึ้น สาเหตุคือ Reach ไม่ได้แปลว่าคนสนใจแบรนด์จริง ในขณะที่ลูกค้าที่มี Engagement สูง แม้จะมีจำนวนน้อยกว่า แต่มีโอกาสซื้อสินค้าและสนับสนุนแบรนด์ในระยะยาวมากกว่า นี่คือเหตุผลที่หลายแบรนด์เริ่มลงทุนในกิจกรรมที่ช่วยสร้าง Engagement มากกว่าการซื้อโฆษณาเพียงอย่างเดียว
5 เหตุผลที่ Art Toy เพื่อการตลาด ช่วยสร้าง Brand Engagement
1. Art Toy ทำให้แบรนด์จับต้องได้
ปัญหาของหลายแบรนด์คือ ลูกค้ารู้จักชื่อแบรนด์ แต่ไม่รู้สึกผูกพันกับแบรนด์ Art Toy ช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เพราะเปลี่ยนสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น โลโก้ หรือภาพลักษณ์องค์กร ให้กลายเป็นวัตถุที่จับต้องได้จริง เมื่อลูกค้าสามารถถือ วางโชว์ หรือสะสม Art Toy ของแบรนด์ได้ ความสัมพันธ์กับแบรนด์ก็จะลึกซึ้งขึ้นโดยอัตโนมัติ
2. เปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นแฟนแบรนด์
ลูกค้าทั่วไปอาจซื้อสินค้าเพราะความจำเป็น แต่แฟนแบรนด์ซื้อเพราะความชอบ Art Toy เป็นเครื่องมือที่ช่วยเปลี่ยนลูกค้าจากผู้ซื้อธรรมดาให้กลายเป็นแฟนแบรนด์ได้ เพราะการสะสมคือกิจกรรมที่สร้างความผูกพันทางอารมณ์ ยิ่งลูกค้าอยากสะสมมากเท่าไร ก็ยิ่งมีความผูกพันกับแบรนด์มากขึ้นเท่านั้น
3. กระตุ้นการแชร์บน Social Media
Art Toy มีข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งที่สื่อโฆษณาทั่วไปไม่มี นั่นคือความน่าถ่ายรูป เมื่อได้รับ Art Toy ที่ออกแบบสวยงาม ลูกค้ามักถ่ายรูปและโพสต์ลง Social Media ทุกครั้งที่มีการแชร์ แบรนด์ก็ได้รับการมองเห็นเพิ่มเติมโดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณา สิ่งนี้ช่วยเพิ่มทั้ง Brand Awareness และ Brand Engagement ไปพร้อมกัน
4. สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
ในตลาดที่มีสินค้าคล้ายกันจำนวนมาก การสร้างความแตกต่างเป็นเรื่องสำคัญ Art Toy สามารถกลายเป็น Signature Item ของแบรนด์ได้ เมื่อทำได้ดี ลูกค้าอาจจดจำ Art Toy ได้ก่อนจดจำสินค้าเสียอีก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืน
5. เพิ่มมูลค่าของแบรนด์ในระยะยาว
แบรนด์ที่มี Character แข็งแรงมักมีมูลค่าสูงกว่าแบรนด์ที่ขายสินค้าเพียงอย่างเดียว Art Toy เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยสร้างทรัพย์สินทางแบรนด์ (Brand Asset) ยิ่งมีคนสะสม พูดถึง และจดจำ Character ของแบรนด์มากขึ้นเท่าไร มูลค่าของแบรนด์ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น Art Toy จึงไม่ใช่เพียงต้นทุนทางการตลาด แต่เป็นการลงทุนเพื่อสร้างสินทรัพย์ของแบรนด์ในระยะยาว
หากสนใจติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ :
เว็บไซต์: https://www.tkk3dprinting.com/
ไลน์: @tkk3d
Facebook: https://www.facebook.com/tkk3d
โทร : 092-5995661 (Sale เบสท์)/ 092-7915191(Sale ฟลุค)
TKK3D พร้อมให้บริการพิมพ์ 3 มิติ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ