เวลามีคนถามว่าพิมพ์ 3D จำนวนมากแล้วลดราคาให้เท่าไหร่ คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ราคาต่อชิ้นลดลงจริง แต่ไม่ได้ลดเพราะเราใจดี มันลดเพราะต้นทุนบางก้อนถูกหารด้วยจำนวนชิ้น ส่วนต้นทุนที่ไม่ถูกหาร คือค่าวัสดุกับเวลาเครื่องเดิน ยังคงเท่าเดิมทุกชิ้น เข้าใจสองก้อนนี้แล้วจะรู้ทันทีว่างานของคุณควรได้ส่วนลดประมาณไหน และเมื่อไหร่ที่ 3D printing ไม่ใช่คำตอบอีกต่อไป
คำตอบเร็ว: ราคาต่อชิ้นลดลงตอนไหน
ตอบสั้นๆ ก่อน ยิ่งสั่งเยอะราคาต่อชิ้นยิ่งลง แต่ลงเป็นขั้นๆ ไม่ได้ลงเรื่อยๆ ตามจำนวน
ช่วงหลักสิบชิ้น ราคาต่อชิ้นยังสูงที่สุด เพราะค่าตั้งงานยังหารไม่ลง พอขึ้นหลักร้อย เราจัดชิ้นงานเต็มเพลทได้ ค่าตั้งงานเริ่มถูกหาร ราคาต่อชิ้นจะลงชัดเจนที่สุดตรงช่วงนี้
พอเข้าหลักหลายร้อยถึงหลักพัน จะเริ่มถึงจุดที่ควรเทียบกับการทำโมลหล่อเรซิ่นแทนการพิมพ์ทีละชิ้น และถ้าขึ้นไปถึงหลักหมื่น ควรเทียบกับการฉีดพลาสติกอีกรอบ เพราะจำนวนขนาดนั้นเริ่มคุ้มค่าแม่พิมพ์แล้ว
ส่วนราคาต่อชิ้นจริงต้องดูแบบก่อนถึงจะตอบได้ เพราะขึ้นกับขนาดชิ้นงานและรายละเอียดมากจนตัวเลขลอยๆ ไม่มีประโยชน์กับใครเลย
ราคางานพิมพ์ 3D จำนวนมาก คิดจากอะไรบ้าง
แยกเป็นสองก้อนง่ายๆ
ก้อนที่หารได้ คือค่าเตรียมงานที่จ่ายครั้งเดียวไม่ว่าจะผลิตกี่ชิ้น เช่น เวลาที่ทีมงานใช้ตรวจและซ่อมไฟล์ การจัดวางชิ้นงานบนเพลทให้ได้จำนวนสูงสุด การพิมพ์ชิ้นตัวอย่างเพื่อยืนยันก่อนเดินจริง และการตั้งค่าเครื่อง ทั้งหมดนี้พอผลิต 500 ชิ้นก็หารด้วย 500 ต้นทุนต่อชิ้นเลยหายไปเยอะ
ก้อนที่หารไม่ได้ คือวัสดุกับเวลาเครื่องเดิน ชิ้นที่ 1 กับชิ้นที่ 1,000 กินพลาสติกเท่ากันและกินเวลาเครื่องเท่ากัน ค่าพิมพ์ของเราคิดจากเวลาเครื่องเดินเป็นหลัก เริ่มต้นที่ 1.5 บาทต่อนาที ซึ่งเป็นก้อนที่ยังไงก็ไม่หายไปตามจำนวน
เพราะฉะนั้นส่วนลดจำนวนมากที่สมเหตุสมผลคือหลักสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ครึ่งราคา ถ้าเจอเจ้าไหนเสนอลดเกินครึ่งเมื่อสั่งเยอะ ให้ถามกลับว่าเขาลดจากตรงไหน เพราะมันมักแปลว่าเปลี่ยนวิธีผลิต ลดความหนาผนัง หรือเปลี่ยนวัสดุ ซึ่งควรรู้ก่อนจะได้ตัดสินใจถูก (วิธีคิดราคางานพิมพ์ทีละชิ้นอ่านได้ที่บทความ ปริ้น 3D ราคากี่บาท)
ราคางานผลิตจำนวนมากของเราประเมินเป็นรายงาน เนื่องจากขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดชิ้นงาน จำนวนสี รายละเอียดของแบบ จำนวนที่สั่ง และรูปแบบการแพ็กสินค้า
ส่วนผลงานที่หยิบมาให้ดูในบทความนี้ ไม่สามารถเปิดเผยราคาที่ผลิตจริงได้ เนื่องจากเป็นข้อมูลของลูกค้าและไม่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่
โดยทั่วไป ยิ่งสั่งผลิตจำนวนมาก ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้นมีโอกาสลดลง เพราะสามารถกระจายต้นทุนการเตรียมผลิตไปกับจำนวนชิ้นที่มากขึ้น หากมีแบบหรือไอเดียอยู่แล้ว สามารถส่งรายละเอียดมาให้ทีมประเมินราคาและจำนวนผลิตที่เหมาะสมกับงบประมาณได้
จุดคุ้มทุน: เมื่อไหร่ควรเลิกพิมพ์ทีละชิ้นแล้วไปหล่อเรซิ่น
นี่คือส่วนที่ร้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยพูด เพราะการบอกลูกค้าว่า “ของคุณไม่ควรพิมพ์แล้วนะ” เท่ากับปัดงานพิมพ์ออกจากมือตัวเอง แต่ถ้าไม่บอก ลูกค้าจะจ่ายแพงกว่าที่ควรเป็นหลายเท่า
หลักคิดง่ายๆ คือเทียบสองอย่าง งานพิมพ์ 3D มีต้นทุนต่อชิ้นค่อนข้างคงที่ ผลิต 10 ชิ้นหรือ 1,000 ชิ้น ต่อชิ้นก็ราคาใกล้ๆ เดิม ส่วนงานหล่อเรซิ่นจากแม่พิมพ์ซิลิโคนมีค่าโมลก้อนใหญ่ตอนเริ่ม แต่ต้นทุนต่อชิ้นหลังจากนั้นถูกกว่ามาก เส้นสองเส้นนี้จะตัดกันที่จุดหนึ่ง ก่อนจุดตัดพิมพ์ถูกกว่า หลังจุดตัดหล่อถูกกว่า
จุดตัดจะมาเร็วขึ้นเมื่อชิ้นงานเล็ก รูปทรงถอดโมลได้ไม่ยาก และจำนวนสูง กลับกัน ถ้าชิ้นงานมีส่วนที่ถอดโมลยาก มีเกลียว หรือต้องการความแม่นยำเชิงวิศวกรรม การพิมพ์อาจคุ้มกว่าแม้จำนวนจะเยอะ
ก่อนเริ่มผลิต งานหล่อจะมีค่าโมลด์สำหรับขึ้นแบบครั้งแรก เพื่อใช้เป็นแม่พิมพ์สำหรับผลิตชิ้นงานจริง ตัวเลขก้อนนี้ขึ้นกับขนาดและความซับซ้อนของแบบ จึงต้องดูงานก่อนถึงจะตีราคาได้
เมื่อมีโมลด์แล้ว หากสั่งผลิตซ้ำในแบบเดิม ไม่จำเป็นต้องเปิดโมลด์ใหม่ทุกครั้ง สามารถนำโมลด์เดิมกลับมาใช้ผลิตล็อตต่อไปได้ ตราบใดที่โมลด์ยังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ดังนั้น หากมีแผนผลิตต่อเนื่องหรือสั่งซ้ำหลายรอบ ต้นทุนค่าโมลด์เฉลี่ยต่อชิ้นก็จะยิ่งคุ้มขึ้น
ถ้าจำนวนเยอะกว่านั้นอีก ฉีดพลาสติกคุ้มเมื่อไหร่
พอจำนวนขึ้นไปถึงหลักพันปลายๆ หรือหลักหมื่น การฉีดพลาสติกจะเริ่มเข้ามาเป็นตัวเลือก ต้นทุนต่อชิ้นถูกที่สุดในสามวิธี แต่ค่าแม่พิมพ์เหล็กเป็นเงินก้อนใหญ่และใช้เวลาทำนาน ข้อดีที่ตามมาคือชิ้นงานได้ความสม่ำเสมอสูงมากและผลิตซ้ำได้ไม่จำกัด
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ สามวิธีนี้ไม่ได้แข่งกัน แต่ใช้ต่อกันเป็นสเต็ปได้ ทางที่ประหยัดที่สุดสำหรับสินค้าใหม่คือ พิมพ์ 3D ทำต้นแบบเพื่อทดสอบและแก้แบบให้นิ่งก่อน จากนั้นหล่อเรซิ่นล็อตแรกเพื่อทดลองตลาดโดยไม่ต้องลงทุนหนัก แล้วค่อยตัดสินใจทำแม่พิมพ์เหล็กเมื่อยอดขายพิสูจน์ตัวเองแล้ว วิธีนี้ทำให้ไม่เสียเงินก้อนโตไปกับแบบที่ยังไม่นิ่ง
แต่เส้นแบ่งพวกนี้ไม่ใช่กฎตายตัว งานบางแบบถึงหลักพันชิ้นก็ยังคุ้มที่จะพิมพ์ตรงๆ อยู่ดี โดยเฉพาะงานที่รูปทรงถอดโมลยาก ต้องการรายละเอียดคม หรือมีหลายเวอร์ชันปนกันในล็อตเดียว เพราะการเปิดโมลหลายตัวจะแพงกว่าการจัดคิวเครื่องพิมพ์ให้พอ
งานจำนวนมากที่เราเจอบ่อยที่สุดคืองานคาแรกเตอร์ ฟิกเกอร์ และของพรีเมียมสำหรับแบรนด์ ซึ่งหลายโปรเจกต์ใช้ทั้งสามวิธีผสมกันในงานเดียว ถ้างานของคุณเป็นแนวนี้ ดูขั้นตอนการผลิตแบบครบวงจรได้ที่หน้ารับผลิต Art Toy
หนึ่งในงานที่ทีมเราเคยรับ เป็นงานผลิตจำนวน 2,000 ชิ้น ที่มี Deadline ชัดเจนและต้องการให้งานทุกชิ้นมีคุณภาพใกล้เคียงกัน
หลังจากเช็กแบบและทดลองผลิตชิ้นแรก ทีมงานจึงวางแผนแบ่งการผลิตออกเป็นหลายรอบ พร้อมกระจายงานลงเครื่องพิมพ์หลายเครื่องในเวลาเดียวกัน เพื่อให้ผลิตได้เร็วขึ้นโดยยังสามารถตรวจสอบคุณภาพของแต่ละล็อตได้ งานนี้ใช้เวลาผลิตรวมประมาณ 60 วัน และสามารถส่งมอบได้ตามกำหนด
เหตุผลที่เราเลือกวิธีนี้ เพราะงานจำนวนมากไม่ใช่แค่ “พิมพ์ให้เร็ว” แต่ต้องวางแผนตั้งแต่การจัดคิวเครื่อง การตรวจชิ้นงาน ไปจนถึงการเตรียมส่ง เพื่อไม่ให้ปัญหาในขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งกระทบทั้งล็อต นี่เป็นอีกเหตุผลที่การมีเครื่องพิมพ์มากกว่า 50 เครื่อง ช่วยให้เราสามารถบริหารงานจำนวนมากและแบ่งกำลังผลิตได้ยืดหยุ่นมากขึ้น
สั่งพิมพ์ 3D จำนวนมาก ต้องเตรียมอะไร ใช้เวลาเท่าไหร่
งานล็อตใหญ่พังได้ง่ายที่สุดตรงขั้นตอนก่อนเริ่มผลิต ไม่ใช่ตอนผลิต สิ่งที่ควรเตรียมมีสี่อย่าง
- ไฟล์ที่นิ่งแล้ว แก้แบบตอนผลิตไปครึ่งล็อตคือฝันร้ายของทั้งสองฝ่าย ควรอนุมัติชิ้นตัวอย่างให้จบก่อนเสมอ
- จำนวนที่แน่นอนและกำหนดส่ง เพื่อจองคิวเครื่องให้พอ งานล็อตใหญ่กินคิวหลายวัน จองล่วงหน้าได้ราคาดีกว่าและได้ของตรงเวลากว่า
- มาตรฐานที่ยอมรับได้ ตกลงกันตั้งแต่ต้นว่าผิวงานระดับไหนถือว่าผ่าน สีเพี้ยนได้แค่ไหน เพราะงานพันชิ้นจะไม่เหมือนกันเป๊ะทุกชิ้น
- วิธีแพ็กและส่ง ของพันชิ้นใช้พื้นที่จริง ถ้าต้องแยกถุงหรือติดสติกเกอร์ บอกตั้งแต่แรกจะได้คิดรวมในราคา
ส่วนเรื่องเวลา งานล็อตใหญ่ที่ไฟล์นิ่งแล้วมักใช้เวลาเป็นหลักสัปดาห์ถึงหลักเดือน ไม่ใช่หลักวัน เพราะต้องรันหลายรอบและมีขั้นตรวจคุณภาพทีละชุด ถ้าเดดไลน์สั้นกว่านั้นให้บอกมาตั้งแต่แรก เราจะได้บอกตรงๆ ว่าทำทันไหม
งานล็อตใหญ่ สิ่งที่ยากไม่ใช่แค่ผลิตให้ครบ แต่คือ ทำยังไงให้ชิ้นแรกกับชิ้นสุดท้ายคุณภาพใกล้เคียงกัน ปัญหาที่เจอบ่อยคือ รายละเอียดบางจุด สี หรือผิวงานอาจคลาดเคลื่อนระหว่างล็อต ทีมเราจึงต้องคอยตรวจงานเป็นระยะ ไม่รอให้ผลิตครบทั้งหมดแล้วค่อยเช็ก เพราะถ้าเจอปัญหาตอนท้าย อาจต้องแก้งานทั้งล็อต
คำถามที่เจอบ่อย
สั่งขั้นต่ำกี่ชิ้น
รับตั้งแต่ชิ้นเดียว แต่ราคาต่อชิ้นจะเริ่มน่าสนใจจริงๆ ตอนเข้าหลักร้อยขึ้นไป
พิมพ์เยอะๆ ทุกชิ้นจะเหมือนกันไหม
ใกล้เคียงกันมากแต่ไม่เป๊ะทุกชิ้น ถ้างานต้องการความสม่ำเสมอสูงมากจริงๆ การหล่อจากโมลเดียวกันจะให้ผลนิ่งกว่า
สั่งซ้ำล็อตต่อไปได้ราคาเดิมไหม
ปกติได้ และมักถูกลงด้วยเพราะไฟล์ผ่านการตรวจแล้วและตั้งค่าเครื่องไว้แล้ว ค่าเตรียมงานรอบสองจึงน้อยกว่ารอบแรก
อยากได้ใบเสนอราคาต้องส่งอะไรมาบ้าง
ไฟล์ 3D จำนวนที่ต้องการ วัสดุหรือสีที่อยากได้ และกำหนดส่ง สี่อย่างนี้พอสำหรับตีราคาแล้ว ถ้ายังไม่มีไฟล์ 3D ส่งแบบร่างหรือรูปตัวอย่างมาก่อนก็ได้
ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะพิมพ์ทั้งล็อต หล่อ หรือแบ่งทำเป็นสเต็ป ส่งไฟล์กับจำนวนเข้ามาให้ทีมงานคำนวณเทียบให้ก่อนได้ เราจะบอกตรงๆ ว่าวิธีไหนถูกกว่าสำหรับงานของคุณ ถึงคำตอบนั้นจะไม่ใช่งานพิมพ์ก็ตาม ดูขอบเขตงานที่เรารับพิมพ์ 3Dได้ที่หน้าบริการ
ส่งแบบเข้ามาคุยได้ที่ Line OA @tkk3d · โทร 092-565-8997 · อีเมล sale@tkk3dprinting.com — โรงงานอยู่จอมทอง กรุงเทพฯ นัดเข้ามาดูงานจริงก่อนตัดสินใจได้