TKK3D Printing Service บริการ 3D ครบวงจร
โครงหลังคารถชิ้นจริงที่ลูกค้าส่งเข้ามาสแกน 3D ที่โรงงาน TKK3D

รับสแกน 3D ชิ้นงานจริง ทำไฟล์พร้อมพิมพ์ ราคาเริ่มเท่าไหร่

Share the Post:

อะไหล่ตัวเดียวในเครื่องแตก โรงงานเลิกผลิตไปแล้ว ไม่มีแบบ ไม่มีไฟล์ เหลือแค่ของจริงที่หักอยู่ในมือ — งานแบบนี้คือสิ่งที่ รับสแกน 3D มีไว้แก้ เราเอาของจริงมาเก็บรูปทรงเป็นข้อมูลดิจิทัล แล้วแปลงต่อเป็นไฟล์ที่เอาไปพิมพ์หรือสั่งผลิตใหม่ได้ บทความนี้เล่าว่างานหนึ่งชิ้นผ่านอะไรบ้างตั้งแต่วางลงหน้าเครื่องสแกนจนได้ไฟล์ที่พิมพ์ติดจริง ราคาคิดตรงไหน และงานแบบไหนที่สแกนแล้วไม่คุ้ม

คำตอบเร็ว สำหรับคนรีบ

สแกนของจริง ได้ไฟล์ผิว (mesh) → แปลงเป็นไฟล์แก้ไขได้ถ้าต้องปรับขนาดหรือแก้แบบ (Reverse Engineering) → เก็บไฟล์ให้พิมพ์ติด → พิมพ์หรือส่งผลิตต่อ · ราคาคิดแยกทีละขั้น ไม่ได้เหมารวม · ผิวมันวาว ใส และดำสนิท คือสามอย่างที่สแกนยากที่สุด

รับสแกน 3D เหมาะกับงานแบบไหน และแบบไหนที่ไม่คุ้ม

ไม่ใช่ทุกงานที่ควรสแกน บอกตรงๆ ตั้งแต่ต้นจะได้ไม่เสียเงินเปล่า

  • คุ้ม: ของที่ไม่มีแบบแล้ว เช่น อะไหล่เลิกผลิต ชิ้นส่วนเครื่องเก่า · ของที่มีรูปทรงอิสระซึ่งวาดใหม่ยากมาก เช่น งานปั้น พระ ประติมากรรม ตัวการ์ตูน · ของที่ต้องทำซ้ำให้เหมือนเดิมเป๊ะ · ของที่ต้องย่อหรือขยายจากต้นแบบจริง
  • ไม่คุ้ม: ชิ้นงานเรขาคณิตง่ายๆ ที่วัดด้วยเวอร์เนียร์แล้วเขียนแบบใหม่เร็วกว่า เช่น แผ่นเหลี่ยม เพลากลม ปะเก็นแบน · งานที่ต้องการความแม่นระดับวิศวกรรมสูงมากในทุกมิติ ซึ่งการวัดตรงจะแม่นกว่า

ถ้าไม่แน่ใจว่างานของคุณอยู่ฝั่งไหน ส่งรูปของจริงมาให้ดูก่อนได้ เราจะบอกตรงๆ ว่าสแกนแล้วคุ้มไหม หรือเขียนแบบใหม่จบกว่า

สแกน 3D ทำงานยังไง — สามขั้นจากของจริงถึงไฟล์พร้อมพิมพ์

ขั้นที่ 1 — สแกนของจริงให้ได้ข้อมูลครบ

เครื่องสแกนเก็บพื้นผิวของวัตถุออกมาเป็นจุดจำนวนมหาศาล แล้วต่อกันเป็นผิวสามมิติ ความละเอียดที่เลือกขึ้นกับว่าชิ้นงานมีรายละเอียดเล็กแค่ไหน งานพระเครื่องหรือลายปั้นละเอียดต้องใช้ความละเอียดสูงกว่างานอะไหล่ผิวเรียบมาก

สามอย่างที่ทำให้สแกนยาก และวิธีที่เราใช้แก้:

  • ผิวมันวาวสะท้อนแสง แสงจากเครื่องสแกนจะเด้งจนอ่านค่าไม่ได้ ต้องพ่นผงด้านบางๆ ก่อน
  • ชิ้นงานใส แสงทะลุผ่าน เครื่องอ่านไม่เจอผิว ต้องพ่นเหมือนกัน
  • ผิวดำสนิท ดูดแสงจนสัญญาณกลับมาน้อย ต้องเพิ่มเวลาเก็บข้อมูลหรือพ่นช่วย

ชิ้นงานที่มีซอกลึกหรือรูทะลุต้องสแกนหลายมุมแล้วเอามาต่อกัน ยิ่งซับซ้อนยิ่งใช้เวลาต่อภาพนาน ตรงนี้คือส่วนที่ทำให้งานสองชิ้นขนาดเท่ากันมีราคาไม่เท่ากัน

ขั้นที่ 2 — แปลงไฟล์สแกนให้กลายเป็นไฟล์ที่แก้ไขได้

ไฟล์ที่ออกจากเครื่องสแกนตรงๆ เป็นไฟล์ผิว คือรู้ว่าผิวอยู่ตรงไหนบ้าง แต่ไม่รู้ว่าอะไรคือรู อะไรคือระนาบ อะไรคือเกลียว เอาไปพิมพ์ซ้ำของเดิมได้ แต่พอจะแก้ เช่น ขยายรู เพิ่มความหนา เปลี่ยนระยะน็อต จะแก้แทบไม่ได้เลย

งานที่ต้องแก้แบบต้องผ่าน Reverse Engineering คือการอ่านไฟล์สแกนแล้วเขียนขึ้นใหม่เป็นไฟล์ที่มีตัวเลขกำกับจริง รู้ว่าวงกลมนี้เส้นผ่านศูนย์กลางเท่าไหร่ ระนาบนี้ตั้งฉากกับอะไร แก้ทีหลังได้ทั้งหมด ขั้นนี้ใช้เวลาคนมากที่สุดในกระบวนการ และเป็นตัวที่ทำให้ราคาต่างกันชัดที่สุดระหว่างงานที่ขอแค่ทำซ้ำ กับงานที่ขอแก้แบบด้วย

ถ้าโจทย์คือทำของเดิมขึ้นมาใหม่เฉยๆ ข้ามขั้นนี้ได้เลย ประหยัดทั้งเวลาและเงิน

ขั้นที่ 3 — เก็บไฟล์ให้พิมพ์ติดจริง

ไฟล์สวยบนจอกับไฟล์ที่พิมพ์ออกมาแล้วไม่พังเป็นคนละเรื่อง ก่อนส่งเข้าเครื่องเราจะไล่เก็บสามอย่าง

  • ปิดรูในผิวและแก้ผิวที่ซ้อนทับกันเอง ให้ไฟล์เป็นก้อนตันจริง ไม่งั้นโปรแกรมตัดชั้นจะอ่านไม่ออก
  • เช็คความหนาผนัง จุดที่บางเกินไปจะพิมพ์ไม่ติดหรือหักตอนแกะ ต้องหนาขึ้นตามระบบที่จะใช้พิมพ์
  • ตรวจหน่วยและสเกล ไฟล์สแกนที่ส่งข้ามโปรแกรมมักเพี้ยนหน่วย เจอบ่อยมากคืองานออกมาเล็กกว่าของจริงสิบเท่า

เราตรวจไฟล์ให้ก่อนแจ้งราคาเสมอ ไม่มีค่าใช้จ่ายในขั้นตรวจ ถ้าไฟล์ที่คุณมีอยู่แล้วมีปัญหา เราจะบอกว่าต้องแก้อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ

เคสจริง: สแกนโครงหลังคารถทั้งชิ้น แล้วทำไฟล์ 3D ให้ผลิตซ้ำได้

งานที่เห็นในรูปคือโครงหลังคารถทั้งชิ้น ลูกค้าขนตัวจริงเข้ามาที่โรงงานเพราะไม่มีไฟล์ 3D ของชิ้นนี้อยู่ในมือเลย โจทย์ตรงไปตรงมา คือทำไฟล์สามมิติขึ้นมาให้ได้ เพื่อเอาไปผลิตต่อ

โครงหลังคารถชิ้นจริงที่ลูกค้าส่งเข้ามาสแกน 3D ที่โรงงาน TKK3D
ชิ้นงานจริงที่ลูกค้าขนเข้ามาสแกนที่โรงงาน ทีมช่างพ่นจุดมาร์กบนผิวก่อนเริ่มเก็บข้อมูลทีละมุม

ชิ้นงานขนาดนี้ยากกว่างานตั้งโต๊ะทั่วไปอยู่สองเรื่อง หนึ่งคือใหญ่เกินกว่าจะเก็บรอบเดียวจบ ต้องไล่เก็บทีละมุมแล้วเอามาต่อกันทีหลัง สองคือมีจุดที่เข้าถึงยาก ทั้งด้านในและตามขอบที่ยิงตรงๆ เข้าไม่ถึง ก่อนเริ่มทีมช่างจึงพ่นจุดมาร์กลงบนผิวก่อน เพื่อให้เครื่องรู้ว่าข้อมูลแต่ละมุมต่อกันตรงจุดไหน รวมเวลาสแกนหน้างานประมาณ 2 ชั่วโมง

ได้ข้อมูลผิวมาแล้วยังจบไม่ได้ เพราะไฟล์ที่ออกจากเครื่องเป็นผิวดิบที่แก้อะไรแทบไม่ได้ ขั้นต่อมาคือทำ Reverse Engineering แล้วปรับปรุงโมเดลให้สมบูรณ์ เขียนระนาบ ขอบ และรายละเอียดขึ้นใหม่เป็นไฟล์ที่มีตัวเลขกำกับ ไล่เก็บส่วนที่เครื่องเก็บไม่ครบให้ต่อเนื่องกันทั้งชิ้น

ไฟล์ 3 มิติของโครงหลังคารถที่ผ่าน Reverse Engineering แล้ว
ไฟล์สามมิติหลังผ่าน Reverse Engineering เขียนขึ้นใหม่จากข้อมูลสแกนให้เป็นไฟล์ที่แก้ไขต่อได้

พอได้ไฟล์ที่แก้ไขได้แล้ว ขั้นสุดท้ายคือเก็บไฟล์ให้พร้อมเข้าเครื่องจริง แล้วผลิตกลับออกมาด้วย FDM 3D Printing เพื่อให้ลูกค้าได้เห็นและจับของจริงก่อนตัดสินใจเดินต่อ

ชิ้นงานที่ผลิตด้วย FDM 3D Printing จากไฟล์สแกนโครงหลังคารถ
ชิ้นงานที่ผลิตกลับออกมาด้วย FDM 3D Printing จากไฟล์ที่ได้

ราคาแต่ละขั้นคิดยังไง

ราคาไม่ได้คิดเป็นก้อนเดียว แต่แยกตามขั้นที่คุณใช้จริง งานที่ขอแค่สแกนกับงานที่ขอครบจนถึงพิมพ์จึงต่างกันมาก

ขั้นตอนสิ่งที่ได้ตัวแปรที่ดันราคา
สแกนอย่างเดียวไฟล์ผิว พร้อมเอาไปใช้ต่อขนาดชิ้นงาน · ความละเอียดที่ต้องการ · จำนวนมุมที่ต้องสแกน · ผิวที่ต้องพ่นก่อน
สแกน + Reverse Engineeringไฟล์ที่แก้ไขได้ความซับซ้อนของรูปทรง · จำนวนฟีเจอร์ที่ต้องเขียนใหม่
เก็บไฟล์ให้พร้อมพิมพ์ไฟล์ที่พิมพ์ติดแน่นอนสภาพไฟล์ตั้งต้น · จำนวนจุดที่ต้องซ่อม
พิมพ์ชิ้นงานของจริงในมือเวลาพิมพ์ · วัสดุ · งานเก็บผิว

บนหน้าบริการสแกนของเราแจ้งราคาเริ่มต้นไว้ที่ 500 บาท และงานพิมพ์เริ่มต้นที่ 1.5 บาทต่อนาทีพิมพ์ ส่วนงานที่มี Reverse Engineering ด้วยต้องดูของจริงก่อนถึงจะบอกได้ เพราะเวลาคนที่ใช้ต่างกันเป็นเท่าตัวตามความซับซ้อน ดูรายละเอียดบริการเต็มได้ที่หน้า รับสแกนสามมิติ และหน้า Reverse Engineering

สเปคที่ลูกค้าถามบ่อยก่อนตัดสินใจ เครื่องสแกนที่เราใช้อ่านได้ละเอียดถึงประมาณ 0.02 มม. รับงานได้ตั้งแต่พระเครื่องบูชาองค์เล็ก ไปจนถึงรูปปั้นขนาดใหญ่ที่ตั้งกลางแจ้ง งานสแกนทั่วไปใช้เวลา 1-2 วันทำการ ถ้ามี Reverse Engineering ด้วยบวกอีก 2-4 วัน และถ้าชิ้นงานเคลื่อนย้ายมาไม่ไหว เราออกไปสแกนนอกสถานที่ได้ โดยคิดค่าเดินทางแยกจากค่าสแกน

คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยเรื่องงานสแกน

สแกนแล้วได้ไฟล์อะไรกลับไปบ้าง

ปกติส่งเป็นไฟล์ผิวที่ใช้ได้กับโปรแกรมทั่วไป ถ้าทำ Reverse Engineering ด้วยจะได้ไฟล์ที่เปิดแก้ไขต่อได้ บอกมาก่อนว่าจะเอาไปใช้กับโปรแกรมอะไร เราจะส่งให้ตรงรูปแบบ

ของพังไปแล้วครึ่งชิ้น ยังสแกนได้ไหม

ได้ แต่ส่วนที่หายไปต้องเขียนขึ้นใหม่ ถ้ามีของอีกชิ้นที่ยังดีอยู่ หรือมีรูปถ่ายเก่า หรือรู้ขนาดคร่าวๆ จะช่วยได้มาก

ต้องส่งของจริงมาไหม หรือถ่ายรูปพอ

งานที่ต้องได้ขนาดแม่นต้องส่งของจริงมา รูปถ่ายใช้ประเมินเบื้องต้นได้ว่าสแกนคุ้มไหมและซับซ้อนแค่ไหน แต่ยังแทนการสแกนไม่ได้

สรุป: รับสแกน 3D คือทางกลับของงานที่ไม่มีไฟล์แล้ว

ของจริงหนึ่งชิ้นกลายเป็นไฟล์ที่ผลิตซ้ำได้ ผ่านสามขั้น คือสแกนให้ได้ข้อมูลครบ แปลงเป็นไฟล์ที่แก้ไขได้ถ้าจำเป็น แล้วเก็บไฟล์ให้พิมพ์ติดจริง จะใช้ครบทั้งสามขั้นหรือหยุดแค่ขั้นแรกก็ได้ ขึ้นกับว่าคุณจะเอาไฟล์ไปทำอะไรต่อ

ถ้ามีของที่อยากทำขึ้นมาใหม่ ส่งรูปเข้ามาก่อนได้เลย เราจะบอกตรงๆ ว่างานนี้ควรสแกนหรือเขียนแบบใหม่ ต้องใช้ขั้นไหนบ้าง แล้วค่อยแจ้งราคาให้พิจารณา ส่วนใครที่มีไฟล์พร้อมอยู่แล้วและอยากได้ของเลย ข้ามมาที่รับปริ้น 3Dได้ทันที

Share the Post:
Scroll to Top